|
เฉลยข้อสอบปรนัย ENTRANCE 13 มีนาคม 2544 |
|||||||||||||
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
ข้อ |
ตอบ |
|
1. |
4 |
2. |
4 |
3. |
2 |
4. |
2 |
5. |
1 |
6. |
1 |
7. |
3 |
|
8. |
4 |
9. |
3 |
10. |
4 |
11. |
2 |
12. |
3 |
13. |
1 |
14. |
2 |
|
15. |
2 |
16. |
2 |
17. |
4 |
18. |
2 |
19. |
3 |
20. |
4 |
21. |
2 |
|
22. |
2 |
23. |
3 |
24. |
1 |
25. |
4 |
26. |
3 |
27. |
1 |
28. |
1 |
|
29. |
4 |
30. |
2 |
31. |
4 |
32. |
4 |
33. |
3 |
34. |
2 |
35. |
4 |
|
36. |
3 |
37. |
1 |
38. |
1 |
39. |
2 |
40. |
3 |
41. |
1 |
42. |
4 |
|
43. |
4 |
44. |
4 |
45. |
4 |
46. |
2 |
47. |
1 |
48. |
1 |
49. |
4 |
|
50. |
3 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
1. ตอบ
10 cm3 2. ตอบ 60
3. ตอบ 13.65 4. ตอบ
16 mol
5. ตอบ 5 cm3 6. ตอบ 44.8% 7. ตอบ
521 ต้น 8. ตอบ
13.44
เฉลยข้อสอบปรนัย
ข้อ 1
ตอบข้อ 4
ระบบจะดูดความร้อนจากสิ่งแวดล้อมทำให้น้ำแข็งละลายได้ เป็นผลให้ระบบมีพลังงานเพิ่มขึ้น
ข้อ 2
ตอบข้อ 4
ข้อนี้โจทย์กำหนดหน่วยของปริมาตรมาไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องเป็น dm3 หามวลโมเลกุลของสาร A, B, C ทำได้ดังนี้
RT
หามวลโมเลกุล ของ A : M
=
= 49
หามวลโมเลกุล ของ B : M =
= 44
หามวลโมเลกุล ของ C : M =
= 28
ข้อ 3 ตอบข้อ 2
การเพิ่มพื้นที่ผิว
และการใส่ตัวเร่งจะทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้นทั้งคู่
ข้อ 4
ตอบข้อ 2
จากตารางใน 5
วินาทีแรก สาร X ถูกใช้ไป 0.15 mol/dm3 เราสามารถหาความเข้มข้นของ
Y ได้จากสมการดังนี้
3X
5Y + 6Z
= ![]()
ข้อ 5
ตอบข้อ 1
จากกฎอัตรา
สามารถหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาได้ดังนี้
R = K [A]1[B]1[C]0
ข้อ 1 ถูกเพราะถ้าให้สารมาอย่างละ 1 mol สารตัวที่ใช้หมดคือสาร C ถ้าดูจากสมการแล้ว
ถ้าใช้
C 1
mol D จะเกิดขึ้น 1
mol ด้วย
สำหรับ ข้อ 4
เป็นคำตอบลวงที่ดีมาก : C เป็นสารตั้งต้นในปฏิกิริยานี้ถ้าไม่มีสาร C ปฏิกิริยาก็
เกิดขึ้นไม่ได้ ฉะนั้น C จึงเกี่ยวข้องกับอัตราการเกิดปฏิกิริยา แต่ถ้าโจทย์ข้อนี้กล่าวว่า ความเข้มข้นของ
สาร C ไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา ประโยคนี้จะถูกทันที เพราะ C มีอันดับปฏิกิริยาเป็น 0
ข้อ 6
ตอบข้อ 1
- ถ้าพลังงานกระตุ้นเท่ากัน อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเท่ากัน
- ถ้าอุณหภูมิเดียวกัน (
ข้อ 7
ตอบข้อ 3
การเกิดสมดุล
จะเริ่มต้นจาก N2O4 หรือ NO2 ก็สามารถเข้าสู่สมดุลได้ ฉะนั้นทั้ง 2 ภาชนะ
ต่างก็เกิดสมดุลได้ดังนี้
![]()
N2O4 2NO2
ไม่มีสี สีน้ำตาล
ข้อ 3
มีการเลื่อนผนัง C อัดมาในส่วนภาชนะ A
เป็นการ เพิ่มความดัน ในภาชนะ A
ทำให้สมดุลเลื่อนไปทาง
โมลน้อยกว่าสีของสารละลายจะจางลง
ข้อ 8 ตอบข้อ 4
เอาสมการที่ 1 +
2 (สมการที่ 3)
สมการที่ 2
ข้อนี้สังเกตง่ายๆ
คือ N2 หมดไปเมื่อดูจากสมการที่ 4
ซึ่งไม่มี N2
เหลืออยู่เลย N2 จะหมดได้ สมการที่ 3 ต้องคูณ 2
ตลอด ถ้าสมการที่ 3
คูณ 2 ค่า K3 ต้องได้ C ยกกำลัง 2
ซึ่งมีเพียงคำตอบเดียวคือ ข้อ
4
ข้อ 9
ตอบข้อ 3
การเพิ่มความเข้มข้นลงไป ไม่ได้ทำให้ค่า K เปลี่ยน ค่า
K ยังคงเดิมดังนี้
= ![]()
ความเข้มข้นของ X
เพิ่มขึ้น 9 เท่า ความเข้มข้นของ [Y][Z] ต้องเพิ่มขึ้น 9
เท่าด้วย ฉะนั้น
[Y] และ [Z] จะเพิ่มขึ้นอย่างละ 3
เท่า
ข้อ 10
ตอบข้อ 4
A เป็นระบบดูดความร้อน
การเพิ่มอุณหภูมิทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดมากขึ้น
B เป็นระบบคายความร้อน การลดอุณหภูมิทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดมากขึ้น
ข้อ 11 ตอบข้อ 2
โจทย์ข้อนี้นักเรียนไม่จำเป็นต้องดุลสมการเนื่องจากโจทย์ถามจากสาร
1 โมเลกุลเท่านั้น
ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นมีการจ่ายอิเล็กตรอนดังนี้
0
+5
![]()
![]()
![]()
5 x
2
I2
IO3
มีการจ่ายอิเล็กตรอนเท่ากับ
10 ตัว
ข้อ 12
ตอบข้อ 3
ปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้นได้ ต้องให้ตัวที่มี E0 สูงเป็นตัวชิงอิเล็กตรอน ส่วนตัวที่มี E0 ต่ำกว่าเป็นตัวจ่ายอิเล็กตรอน
ข้อ 13
ตอบข้อ 1
จากประโยคที่กล่าวในข้อ ก
แสดงว่า Na จ่ายอิเล็กตรอนได้ดีกว่า Zn ซึ่งเมื่อดูคำตอบแล้วมีเพียง
คำตอบเดียวคือข้อ 1
ข้อ 14
ตอบข้อ 2
จำได้หรือเปล่าครูบอกว่าเซลล์เชื้อเพลิง H2 O2 ดุลในสมการเบส
ข้อ 15
ตอบข้อ 2
โลหะ Y มีขนาดใหญ่กว่า X แสดงว่าจ่ายอิเล็กตรอนได้ง่ายกว่า และถ้าโลหะทำปฏิกิริยากับ H2O จะได้ด่าง และก๊าซ H2
ข้อ 16
ตอบข้อ 2
ครูเคยบอกว่าการแยกสารละลายด้วยไฟฟ้าจะมีน้ำเข้าร่วมในการเกิดปฏิกิริยาด้วยและให้นักเรียนพิจารณาด้าน
Cathode ก่อน
ในข้อ 1 กับ 2 Na+ วิ่งไปชิงอิเล็กตรอนแข่งกับ
H2O ปรากฏว่า H2O ชนะที่ Cathode จึงเกิดก๊าซ H2 ข้อ 2 จึงผิด
ข้อ 17
ตอบข้อ 4
ถ้าเราใช้ตัวทำละลายดังกล่าว แยกสาร B กับ D ออกจากกันด้วยวิธีโครมาโตกราฟี
จะแยกสาร
ออกจากกันได้ดีมาก แต่คำตอบของข้อ 4 สาร B กับ D ออกจากกัน ด้วยตัวทำละลาย
เขาไม่ใช้
วิธีโครมาโตรกราฟี ปรากฏว่าสารทั้งคู่ละลายได้ในตัวทำละลายนี้ ทำให้เราแยกสารได้ไม่บริสุทธิ์สำหรับ
คำตอบข้อ
3 โจทย์บอกว่าแยกได้ดี พอๆ กัน ซึ่งเป็นประโยคที่กล่าวถูกต้องเพราะดูจากผลต่างของค่า Rƒ
ของทั้งคู่จะใกล้เคียงกันมาก
ข้อ
18 ตอบข้อ 2
I2 2I-
= ![]()
I